กำแพงที่ข้ามไม่เคยได้
lifestyle
กำแพงที่ข้ามไม่เคยได้
ก่อเกิดกำแพง
ใครจะไปคิดละว่า ช่วงประถมตัวเองนั่นค่อนข้างเป็นนักกิจกรรมเป็นทั้งวิทยากรห้องเรียนสีเขียว (ถ้าใครรู้จัก) วงดุริยางด์ก็เล่นมาแล้ว การพูดหน้าชั้นเรียนเป็นเรื่องปกติในการออกไป และหนึ่งในนั้นก็คือการไปพูดหน้าเสาธง (เหลือเชื่อใช่ไหมละ)
แต่เหตุการณ์ที่เกิด ภาพของการพูดหน้าเสาธงยังคงจำได้จนถึงตอนนี้ ครั้งนั้นเป็นครั้งที่ 2 ของการพูด การเตรียมตัวในการพูดยังไม่ดีมากนัก เป็นเพียงแค่การท่องจำเพื่อไปพูดหน้าเสาธง แต่เหตุการณ์ที่เกิดไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด สมัยเด็กมันคงเป็นเรื่องปกติที่เพื่อนจะหยอกล้อกัน เราก็เป็นหนึ่งที่โดน และมันเกิดขึ้นขณะเราพูด เราดันไปโฟกัสที่เพื่อนคนนั้น สุดท้ายทำให้ลืมสคริปที่ท่องมาจนหมด นิ่งอยู่หน้าเสาธงต่อหน้าคนทั้งโรงเรียน สุดท้ายจำเป็นต้องตัดบทตามที่คุณครูซึ่งอยู่ตรงนั้นพอดีแนะนำ ว่า “ขอบคุณครับ” คำนี้และความรู้สึกนั้นยังจำมันได้ไม่เคยลืม
สุดท้ายรู้ตัวอีกที การพูดหน้าห้องก็กลับทำให้เราสัมผัสถึงอาการ มือไม้สั่น ทั้งๆที่เพื่อนๆบางคนก็ไม่ได้สนใจที่จะฟังเราซักหน่อย
เลี่ยงที่จะเจอกำแพง
เจอเหตุการณ์นั้นมา พอเข้ามัธยมทำให้ตัวเองพยายามที่จะเลี่ยงกิจกรรมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการพูด หากไม่จำเป็น จนสุดท้ายทักษะการพูดก็ไม่มีนั่นแหละ
รู้ตัวอีกทีก็ กลายเป็นคนที่พูดไม่เก่ง เลี่ยงการพูดทุกครั้งไป พอวันนึงเมื่อเราโตขึ้น จึงรู้ว่าทักษะการพูดมันจำเป็นมากๆ
หลายครั้งทักษะการพูด มันเป็นเรื่องปกติมากที่ทุกคนจะมีในวัยนี้ แต่สำหรับเรามันดันไม่มี
พยายามข้ามกำแพง
ทุกครั้งที่มีโอกาสช่วงหลังๆ ก็พยายามผลักดันตัวเองให้ต่อสู้กับมันให้ได้ หลายครั้งต่อหลายครั้ง แต่ทุกครั้งมักจะล้มเหลว
เมื่อวานมีงานที่ให้ทุกคนมาเสนอหัวข้อมาพูดกัน เราเป็นหนึ่งในนั้น คราวนี้เป็นอีกครั้งที่พยายาม พอรู้ว่าจะได้พูดต่อหน้าทุกคนแล้ว ก็กังวลตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ครั้งนี้รู้สึกทัศนคติตัวเองเปลี่ยนไปนิดหน่อย นั่นคือคิดเพียงแค่ว่าเราต้องทำให้ดีที่สุด สิ่งที่คิดก็เพียงแค่บอกว่า มันต้องทำได้ ตามที่เขียนในสคริปการพูด แต่หากไม่ไหวผลลัพธ์มันก็เพียงเท่าเดิม
ในตอนที่พูดเสร็จแล้วก็ไม่แน่ใจว่า สิ่งที่เราทำไปนั้นดีหรือป่าว แต่ที่แน่ๆพยายามทำตามที่ตัวเองซ้อมมา
เมื่อกลับมาดูวิดีโอที่อัดไว้แล้ว ทำให้รู้เลยว่าผลลัพธ์ที่เห็นทำได้เกินที่ตัวเองคาดไว้ นั่นแสดงให้เห็นว่า สำหรับครั้งนี้ตัวเองรู้สึกโอเคกับการพูดหลังจาก หนีมันมาตลอด แม้ว่าถ้าไม่เข้าข้างตัวเองก็ยังไม่ถึงกับดี
และนี่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
และสุดท้าย
หวังเพียงแค่ว่าสามารถที่จะข้ามกำแพงนั้นไปจนได้ในวันหนึ่ง